เสนอนายกยิ่งลักษณ์ ชูอาชีพขายตรงวาระแห่งชาติ

อุตสาหกรรมขายตรงคึกหลังได้ “นายกฯปู-ยิ่งลักษณ์” ยิ้มหวานเข้ามาบริหารประเทศ มั่นใจความเป็นมืออาชีพเพราะเคยผ่านงานบริหารมา เป็นอย่างดี...

อุตสาหกรรมขายตรงคึกหลังได้ “นายกฯปู-ยิ่งลักษณ์” ยิ้มหวานเข้ามาบริหารประเทศ
มั่นใจความเป็นมืออาชีพเพราะเคยผ่านงานบริหารมา เป็นอย่างดี

  • เสนอแก้กฎหมายให้ทันสมัยเพิ่มหน่วยงานกำกับดูแลและส่งเสริม อุตสาหกรรมขึ้นโดยเฉพาะ
  • ตอกย้ำรัฐควรศึกษาขายตรงให้เข้าใจถ่องแท้และต้องให้ ความเสมอภาคกับผู้ประกอบการทั้งระบบอย่างเท่าเทียมกัน เพราะอาชีพนี้สามารถ สร้างรายได้ให้ประชาชนมีความมั่นคง
  • ชี้รัฐบาลควรแยกให้ออกระหว่าง “ขายตรง” กับ “แชร์ลูกโซ่” ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่รัฐมักจะเข้าใจผิด ๆ
  • เผยคนเครือข่ายหรือขายตรงพากันเท คะแนนเลือก “พรรคเพื่อไทย” ไม่ต่ำกว่า4-5 ล้านคนหวังรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” ส่งเสริมอาชีพขายตรงเป็นวาระแห่งชาติ

“TSDA”แนะรัฐลงคลุกขายตรง
ปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย!
“นายอนุวัฒน์ ธรมธัช” นายกสมาคมพัฒนาการขายตรงไทย (TSDA)  กล่าวถึง สิ่งที่อยากให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการเกี่ยวกับธุรกิจขายตรงว่า “ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยตกอยู่ในหล่มของความขัดแย้ง ส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจไม่เติบโตเท่าที่ควร แต่เมื่อรัฐบาลโดยการนำของพรรคเพื่อไทย มีแนวทางการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ในสังคม ก็เชื่อว่าภาพรวมของเศรษฐกิจน่าจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น”

นโยบายหลายๆ อย่างบ่งชี้ ว่ารัฐบาลใหม่ต้องการเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในส่วนของปากท้องประชาชน ผ่านทางนโยบายการขึ้นค่าแรง 300 บาท การขึ้นเงินเดือนสำหรับผู้จบปริญญาตรี 15,000 บาท ทั้งนี้ เพื่อพยายามให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลให้ GDP ของประเทศเพิ่มสูงขึ้น

โดยธุรกิจเครือข่ายหรือขายตรง เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่เปิดโอกาสให้คนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ได้มีโอกาสและมีรายได้ จากการที่ตนเองเป็นเจ้าของธุรกิจ ซึ่งหากรัฐบาลให้การสนับสนุนอาชีพนี้ จะทำให้เม็ดเงินลงสู่ระบบมากขึ้น ประชาชนในประเทศก็จะมีรายได้เสริมหรือรายได้หลัก ก่อให้เกิดเป็นความมั่นคงในชีวิตของคนเหล่านั้น แน่นอนว่าเศรษฐกิจไทยก็ย่อมดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งโดยส่วนตัวเชื่อว่ารัฐบาลนี้จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะกฎหมายขายตรงและการตลาดแบบตรง ก็เป็นกฎหมายที่ถูกผลักดันให้เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลอดีตนายกฯ ทักษิณ

สำหรับนโยบายกองทุนตั้งตัวของรัฐบาลใหม่นั้น นายอนุวัฒน์ มองว่า เป็นเรื่องที่ดีของรัฐบาล และแสดงถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่จะสร้างให้ประชาชนมีอาชีพ ซึ่งตัวเขามองว่า กองทุนนี้คงมีส่วนช่วยสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมากกว่า คืออาจจะไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขายตรงเท่าใดนัก

นายอนุวัฒน์ ในฐานะอดีตเลขาธิการ สคบ. เป็นหนึ่งในผู้ที่มีส่วนสำคัญในการผลักดัน พรบ.ขายตรงและการตลาดแบบตรง ยังได้แสดงความไม่เห็นด้วยที่จะแยกกฎหมายระหว่างขายตรงและการตลาดแบบตรงออก จากกัน เพราะมองว่าเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ดังนั้น จึงจะเสนอความคิดเห็นต่อ สคบ. ในการคัดค้านเรื่องดังกล่าวด้วย

“ธุรกิจขายตรงและการตลาดแบบตรง มีความเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก ซึ่งทางสมาคมพัฒนาการขายตรง ไม่เห็นด้วยที่จะแยกกฎหมายออกจากกัน ทั้งนี้เห็นว่ารัฐบาลควรเข้ามาสนับสนุนในการปรับปรุงกฎหมายให้มีความทันสมัย เพื่อก่อให้เกิดประประโยชน์กับธุรกิจขายตรงมากที่สุด เพราะอาชีพนี้คือ การสร้างรายได้ให้กับประชาชน และด้วยมูลค่าอุตสาหกรรมต่อปีจำนวนหลายหมื่นล้านบาท ภาครัฐและเอกชนควรร่วมมือกันสนับสนุนธุรกิจนี้ให้เติบโตมากที่สุด เพราะการเติบโตที่เพิ่มขึ้น ย่อมหมายถึงเศรษฐกิจที่จะดีขึ้นตามไปด้วย” นายอนุวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

หวังรัฐบาลใหม่เข้าใจขายตรง
ไม่เอื้อประโยชน์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

“ดร.นพรุจ เวชกุล” ประธานกรรมการ บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผย “ตลาดวิเคราะห์” ว่า ปัจจุบันธุรกิจขายตรงได้มีการพัฒนา และมีวิวัฒนาการในเรื่องของการบริการหรือการนำเสนอในเรื่องของธุรกิจไปสู่ พี่น้องประชาชนได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น ทำให้ธุรกิจขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการร่างกฎหมายขึ้นมาควบคุมธุรกิจ แต่ต้องยอมรับว่า กฎหมายขายตรงที่ถูกร่างขึ้นมานั่น ยังไม่กว้างและครอบคลุมมากพอ อีกด้านหนึ่งหน่วยงานราชการที่ดูแลทางด้านนี้ ยังไม่มีความรู้ความเข้าใจต่อธุรกิจดีพอ การทำงานในบางครั้ง อาจจะผิดพลาดจากการทำความเข้าใจ หรือตีความหมายในด้านการบริหารราชการที่เกี่ยวกับการขายตรงด้อยประสิทธิภาพ ลงไป ทำให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจตามมาได้

ดังนั้น การที่ประเทศไทยเพิ่งได้รัฐบาลใหม่ เข้ามาบริหารประเทศ รัฐบาลเองควรที่จะให้ความสนใจในธุรกิจขายตรงเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากธุรกิจขายตรงในปัจจุบันได้มีการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับพี่น้อง ประชาชนชาวไทยอย่างมากมาย แต่ปัญหามีอยู่ว่า จะทำอย่างไรให้ประชาชนคนไทยที่ไม่ชอบการขาย หรือไม่ถนัดงานขายให้เปิดใจยอมรับ และเปิดโอกาสในธุรกิจขายตรงนี้ เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จ จากการทำอาชีพเสริมหรือยึดเป็นอาชีพหลัก

ทั้งนี้ รัฐบาลควรมีโครงการส่งเสริมสนับสนุนให้ธุรกิจนี้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น พร้อมทั้งส่งเสริมผลักดันในส่วนราชการให้มีความรู้ความเข้าใจต่อระบบธุรกิจ ขายตรง และให้บริการธุรกิจขายตรงเพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญควรที่จะให้การส่งเสริมมากกว่าตรวจจับ เข้าตรวจสอบ หรือควบคุมเพียงได้รับข้อมูลมาด้านเดียว

“การควบคุม ระวัง และเข้าตรวจสอบของหน่วยงานรัฐ ควรที่จะทำควบคู่กันไป ไม่ควรที่จะมุ่งเน้นแต่การตรวจสอบเพียงอย่างเดียว อีกด้านหนึ่งธุรกิจขายตรงในยุคนี้ เปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะในเรื่องของแผนการตลาด เนื่องจากปัจจุบันคนไทย ไม่ถนัดที่จะนำสินค้าไปสาธิต ไม่ถนัดในการพูดต่อรอง เสนอและเจรจาให้กับลูกค้า จึงเกิดแผนการตลาดใหม่ๆ ขึ้น เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายผู้บริโภค ซึ่งเป็นแผนการตลาดที่ง่าย สามารถทำให้คนไทยประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น ซึ่งภาครัฐเอง ควรที่จะทำความเข้าใจ และเรียนรู้ในส่วนนี้ให้มาก เพื่อก้าวตามให้ทัน”

“ดร.นพรุจ” เปิดเผยต่อว่า ธุรกิจขายตรงในปัจจุบัน มีคณะ กรรมการที่เข้ามาทำงานอยู่ส่วนหนึ่ง แต่อาจจะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากคณะ กรรมการขายตรง ที่มีอยู่เท่าที่ควร เพราะที่ผ่านมาคณะกรรมการขายตรงบางส่วนจะถูกคัดเลือกมาจากส่วนราชการ หรือจากทางสมาคมการขายตรงไทย ซึ่งอาจทำให้เหมือนกับว่า มีการโน้มเอนเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากจนเกินไป
ขณะที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่น สคบ. เองควรที่จะมีการพูดคุยกับคณะกรรมการให้มากขึ้น โดยร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพให้กับธุรกิจ เพราะหากในอนาคตมีการต่อยอดหน่วยงานที่ดูแลขายตรงโดยเฉพาะให้จัดตั้งเป็น องค์กรอิสระ เชื่อว่า น่าจะดีขึ้นมากกว่านี้

อย่างไรก็ตาม การก้าวไปข้างหน้าในอนาคต ไม่ควรที่จะไปจำกัดสิทธิของประชาชน ผู้บริโภคหรือคนที่จะก้าวเข้ามาทำธุรกิจ โดยเฉพาะในเรื่องของแผนการจ่ายผลตอบแทน หรือกำหนดว่า ควรที่จะสมัครได้เท่านั้นเท่านี้ ซึ่งสินค้าขายตรงไม่ใช่สินค้าที่ต้องมีการควบคุม ในเรื่องดังกล่าว แต่ควรที่จะมองในเรื่องของคุณภาพของสินค้าเป็นหลักมากกว่า

“เราควรที่จะให้โอกาสในการทำธุรกิจ ไม่ควรไปจำกัดสิทธิของประชาชน ผู้บริโภค หรือนักขายที่ต้องการเข้ามาร่วมทำธุรกิจ แต่เราควรที่จะเข้าไปดูแลว่า คนที่เข้ามาร่วมธุรกิจนั้นทำอย่างไร ถึงจะถูกต้องในการขยายโอกาสเพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จ ส่วนเรื่องของทุนจดทะเบียนก็เช่นเดียวกันไม่ควรที่จะตั้งสูงเกินไป จนทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยหรือธุรกิจเอสเอ็มอี ไม่สามารถที่จะเข้ามาดำเนินธุรกิจได้ เพราะเป็นการไปจำกัดสิทธิ์ของคนเหล่านั้น”
สำหรับประเด็นในเรื่องกองทุนตั้งตัว ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายในการบริหารประเทศของรัฐบาลใหม่ “ดร.นพรุจ” กล่าวว่า เห็นด้วย หากมีการตั้งกองทุนดังกล่าว เพื่อผู้ประกอบการ แต่หากเป็นกลุ่มกองทุนของชุมชน กลัวว่า แม่ทีมจะนำไปใช้ในทางที่ผิด หรืออาจจะมีเจตนาที่ไม่ดี สร้างความเสียหายให้กับระบบก็เป็นได้

ส่วนปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลใหม่ ควรจะทำคือ ในเรื่องของการส่งเสริม เพราะจะเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับประชาชน พร้อมกันนี้ ควรที่จะผลักดันให้หน่วยงานหรือกระทรวงที่รับผิดชอบทำการประชาสัมพันธ์ให้ ประชาชนได้รับรู้ในเรื่องของธุรกิจเครือข่ายในมุมมองที่ถูกต้อง โดยไม่เอนเอียงไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือเอื้อผล ประโยชน์ให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และมีการเปิดอบรมอาชีพขายตรงกลุ่มชุมชน หรือนักศึกษา เพื่อเติมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจให้เพิ่มมากขึ้น

“สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ดีและง่าย โดยที่รัฐบาลไม่ต้องใช้เวลามากหรืองบประมาณมาก ให้ผู้คนยอมรับว่า อาชีพนี้เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่เป็นทางเลือกสำหรับคนยุคใหม่ สามารถเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับประชาชนได้เป็นอย่างดี ไม่แพ้อาชีพอื่น”

“ดร.นพรุจ” กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากฝากให้รัฐบาลลงมาดูธุรกิจขายตรงอย่างใกล้ชิด และให้ความสำคัญกับธุรกิจขายตรงเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกฎหมายต่างๆ ที่ถูกร่างขึ้นมา อยากให้พิจารณาใหม่ ไม่ว่าจะเป็น เกี่ยวกับเรื่องทุนจดทะเบียนที่สูงจนเกินไป, การจำกัดสิทธิ์ของสมาชิกที่จะเข้าร่วมธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น 1 ศูนย์ธุรกิจ 3 ศูนย์ธุรกิจหรือ 7 ศูนย์ธุรกิจ ไม่ควรที่จะไปจำกัดสิทธิ์ เพราะสมาชิกควรที่จะใช้วิจารณญาณว่า ตัวเองเหมาะที่จะทำกี่ศูนย์ธุรกิจ หรือว่ามีความพร้อมมาก-น้อยขนาดไหน

“ซึ่งสิ่งต่างๆ หลายเรื่อง ควรที่จะกลับมาทบทวนอีกครั้งหนึ่ง โดยการทำประชามติหรือประชาพิจารณ์ขึ้นใหม่ และควรจะให้คณะกรรมการขายตรงได้รับทราบและรับรู้ ซึ่งที่ผ่านได้ยินมาว่า คณะกรรมการขายตรงบางท่านยังไม่ทราบ และก็ไม่ได้ไปรวมกลุ่มประชุมแต่อย่างใด รวมถึงบริษัทหลายบริษัทยังไม่ทราบเรื่อง ซึ่งการที่จะทำอะไร ควรที่จะทำประชาพิจารณ์เพื่อประชุมหรือหารืออย่างพร้อมเพรียง ไม่ใช่เพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในตอนแรก แต่เมื่อถูกวิจารณ์ก็ไปแอบประชุมกันทีหลัง ซึ่งตรงนี้ไม่เห็นด้วย จึงอยากให้รัฐบาลใหม่เข้ามาจัดการในเรื่องต่างๆ เพื่อเอากลับมาทำใหม่อีกครั้ง”

 

{lang: ‘th’}

นีโอไลฟ์

Popularity: unranked