‘นีโอไลฟ์’ แก้เกมวิกฤติข่าวลบทีวีไทย

รายการ “เปิดปม” ของสถานีโทรทัศน์ “ทีวีไทย” ทำ...

รายการ “เปิดปม” ของสถานีโทรทัศน์ “ทีวีไทย” ทำ “นีโอไลฟ์” วิกฤติหนักสุดในประวัติศาสตร์ ลูกค้าชะลอการซื้อ หลังทำสกู๊ปข่าว “ขายตรงกลายพันธุ์” พาดพิงบริษัท ผู้บริหารเดินหมากแก้เกม เข้าแจ้งความดำเนินคดีหมิ่นประมาท เรียกค่าเสียหาย 500 ล้าน แถมอีกคดีแจ้งความผู้สื่อข่าวบุกรุกสถานที่ก่อให้เกิดความเสียหาย พร้อมออกมาตรการล้อมคอกสมาชิก ออกกฎระเบียบใหม่ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเข้มงวด เดินสายอบรมหัวข้อ “ยึดมั่นจรรยาบรรณตอกย้ำดำเนินธุรกิจขายตรงถูกต้องตามกฎหมาย” ทั่วไทย ตีกรอบไม่ให้สมาชิกออกนอกลู่นอกทาง

นับว่าเป็นประเด็นร้อนอีกประเด็นหนึ่งของวงการธุรกิจเครือข่ายเมืองไทย หลังจาก รายการเปิดปม ของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส หรือ ทีวีไทย ได้นำเสนอรายการ ในหัวเรื่อง “ขายตรงกลายพันธุ์” เมื่อคืนวันที่ 4 ตุลาคม 2553 ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาพาดพิง ถึง บริษัท นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นหลัก ซึ่งส่งผลให้ผู้ชมเข้าใจได้ว่า บริษัทนีโอไลฟ์ดำเนินธุรกิจเข้าข่ายการกระทำการดังกล่าว

ทำให้ผู้บริหารบริษัทต้องออกมาเคลื่อนไหวชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชน พร้อมทั้งตอบโต้ สถานีโทรทัศน์ทีวีไทย โดยได้เปิดแถลงข่าวขึ้น ในวันที่ 6 ตุลาคม 2553 ชี้แจงว่า นีโอไลฟ์ไม่ได้เป็นแชร์ลูกโซ่ โดยให้รายละเอียดแก่ผู้สื่อข่าวจำนวนมาก และได้ตั้งประเด็นข้อสงสัยว่ามีขบวนการสร้างข่าวบิดเบือนเพื่อให้เกิดความ เสียหายแก่บริษัท ส่วนการตอบโต้ สถานีโทรทัศน์ทีวีไทยนั้น ได้เข้าแจ้งความหมิ่นประมาท เรียกร้องค่าเสียหายถึง 500 ล้านบาท และแจ้งความผู้สื่อข่าวบุกรุกสถานที่ทำให้เกิดความเสียหาย รวมทั้งหมด 16 คน

ในขณะเดียวกันก็ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาภายใน ด้วยการพิจารณาสอบสวนสมาชิกผู้นำที่ถูกรายการเปิดปมบันทึกภาพและเสียงไปตัด ต่อออกอากาศ โดยได้สั่งพักการดำเนินธุรกิจเป็นเวลา 120 วัน และยังได้ออกประกาศกฎระเบียบการดำเนินธุรกิจของสมาชิกกับ นีโอไลฟ์ฉบับใหม่ รวมทั้งจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบปัญหา ตลอดจนมีการจัดอบรมสัมมนาผู้นำและสมาชิกในเรื่องจรรยาบรรณและกฎหมายขายตรงฯ โดยจัดขึ้นครั้งแรกในวันที่ 19 ตุลาคม 2553 ที่ผ่านมา ในหัวข้อ “ยึดมั่นจรรยาบรรณ ตอกย้ำดำเนินธุรกิจขายตรงถูกต้องตามกฎหมาย” และจะจัดสัมมนาสัญจรทั่วประเทศต่อไป

ทั้งนี้ นายนพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการ บริษัท นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้เปิดเผยในวันจัดอบรมสัมมนาครั้งแรก ว่าการจัดอบรมในวันที่ 19 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้เชิญสมาชิกระดับผู้จัดการทั่วประเทศ เข้ามาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจในข้อกฎหมายต่างๆ เพิ่มเติม ซึ่งปกติก็ได้ทำมาโดยตลอด แต่ในรอบนี้เป็นกรณีพิเศษ เพื่อตอกย้ำข้อกฎหมายและจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งบริษัทต้องการตอกย้ำกับสมาชิกในเรื่องของการลงโทษที่จะทำกันอย่างจริงจัง ผู้ที่ได้กระทำการผิดพลาดหรือทำธุรกิจนอกลู่นอกทาง ซึ่งคงมีอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่คนส่วนใหญ่ของบริษัท

อย่างไรก็ตามจากปัญหาที่เกิดขึ้นบริษัทจะชี้แจงให้กับสมาชิกได้เข้าใจ แล้วเอาไปปฏิบัติให้ถูกต้อง โดยหลังจากนี้ นีโอไลฟ์จะทำการจัดอบรมสัญจร ในส่วนภูมิภาคทุกจังหวัด ทุกเดือน ซึ่งปกติก็มีการอบรมหลักสูตรปฐมนิเทศโดยมีหัวข้อและหลักสูตรเรื่องจรรยาบรรณ อยู่แล้ว

ผมมองว่ามาตราฐานของนีโอไลฟ์ยังดีกว่าหลายๆ บริษัทด้วยซ้ำไป
เพียงแต่ว่าลูกค้าของเราเข้ามาทีละเยอะๆ มาก ก็เลยดูผิดปกติไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนตั้งข้อสังเกตได้
ดังนั้น นีโอไลฟ์ จะจัดการอบรมให้มันชัดเจนและเข้มข้นมากขึ้น ในเรื่องของการจำหน่ายสินค้าและในเรื่องของการเป็นนักขายมืออาชีพ
ซึ่งจะอบรมเรื่องสินค้าหนึ่งวัน
อบรมหลักสูตรนักขายมืออาชีพหนึ่งวัน โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป

เพื่อให้เห็นว่า นีโอไลฟ์ได้ใส่ใจในเรื่องการจำหน่ายสินค้า ไม่ได้เป็นธุรกิจที่มีเจตนาไม่จำหน่ายสินค้า เพราะเราตั้งใจจำหน่ายสินค้ามา ตั้งแต่ต้น

ไม่เพียงเท่านั้นนีโอไลฟ์ยังได้ประกาศ ระเบียบใหม่ออกมา เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2553 โดยยึดหลักการขายของสมาพันธ์ขายตรงโลก และสมาคมขายตรงของประเทศไทยเป็นหลัก โดยทีมกฎหมายเป็นผู้ทำการปรับปรุงเพื่อให้เหมาะสมยิ่งขึ้น แต่ก็ยังยึดถือจรรยาบรรณหลัก 27 ข้อเหมือนเดิม โดยมีมาตราการการลงโทษที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งเดิมนั้น นีโอไลฟ์อยู่กันแบบครอบครัว ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูก โดยมีการลงโทษกันไป และไม่ค่อยมีปัญหาอะไร แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันได้พิจารณาแล้วว่า หากการลงโทษไม่มีความชัดเจนอาจจะเปิดช่องให้ผู้ที่ถูกตัดรหัสเข้าไปร้อง เรียนเจ้าหน้าที่ แล้วก็จะเข้ามาตรวจสอบบริษัท ก็จะส่งผลทำให้เกิดความเสียหายเช่นเดียวกับหลายๆ บริษัทที่เจอเหตุการณ์อย่างนี้มาแล้ว

สำหรับความคืบหน้าการแจ้งความสถานีโทรทัศน์ทีวีไทยนั้น ขณะนี้ก็ยังไม่มีการติดต่อมาจากผู้บริหารของสถานีแต่อย่างใด ซึ่งก่อนหน้าที่นีโอไลฟ์จะไปทำการแจ้งความ ทางทีวีไทยก็แสดงเจตจำนงจะให้นักข่าวมาสัมภาษณ์และแก้ข่าวเอาเอง แต่คณะผู้บริหารนีโอไลฟ์คิดว่าไม่ควรที่จะแก้ข่าวเอง ที่เหมาะสมที่สุดทางทีวีไทย ควรกล่าวขอโทษมากกว่า เมื่อตกลงกันไม่ได้ นีโอไลฟ์จึงไปแจ้งความ อย่างไรก็ตาม นีโอไลฟ์ไม่ได้มีวัตถุประสงค์หรือมีเจตนาจะเรียกร้องค่าเสียหาย แต่ต้องการให้ผู้บริหารสถานีมีความรับผิดชอบในพนักงาน อย่างน้อยก็ต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนว่าเรื่องนี้มีความชอบหรือไม่ชอบเท่านั้นก็พอใจ


อย่างไรก็ตาม นอกจาก บริษัท นีโอไลฟ์จะแจ้งความดำเนินคดีกับ สถานีทีวีไทยแล้ว สมาชิกที่ถูกสั่งพักการดำเนินธุรกิจก็ได้เข้าแจ้งความ เพื่อให้มีการสอบสวนหาผู้ที่เข้ามาบันทึกภาพและจับข้อความเอาไปตัดต่อทำให้ เกิดความเสียหาย เพราะทำให้เขาเป็นผู้เสื่อมเสีย โดยที่เป็นการดำเนินการของสมาชิกผู้นั้นเองไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท เพียงแต่มีการแจ้งให้บริษัททราบเท่านั้น ด้าน นายชยธวัช อติแพทย์ ทนายความ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย บริษัท นีโอไลฟ์ กล่าวถึงความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าวว่าหลังจากแจ้งความแล้วทางทีวีไทยก็ เงียบหายไปเลย ถึงแม้ว่าสถานีทีวีไทยจะถอด สกู๊ปที่พาดพิงถึงนีโอไลฟ์ออกจากการออกอากาศซ้ำ (รีรัน) อีกครั้ง ในวันที่ 6 ตุลาคม 2553 แล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีการเปิดออนไลน์ในเว็บไซต์ให้ดูย้อนหลังกันซึ่งนีโอไลฟ์จะทำการ เตือนไปเพราะการที่ยังกระทำอยู่เช่นนี้ เปรียบเสมือนว่ามีเจตนากลั่นแกล้งกัน ในลักษณะที่ว่า
“เล่นทางอื่นไม่ได้ ก็เล่นทางนี้”

ส่วนผลกระทบจากกรณีปัญหาจากการแพร่ภาพออกอากาศของสถานี ทีวีไทยนั้น นายนพรุจ เวชกุล กล่าวว่าสมาชิกของนีโอไลฟ์ มีความเข้าใจบริษัทเป็นอย่างดี และไม่มีปัญหาอะไร ยังคงมีความเชื่อมั่นและดำเนินธุรกิจไปตามปกติ แต่ว่ามีปัญหาจากลูกค้า ผู้ซื้อสินค้าชะลอการซื้อ ทำให้เกิดความเสียหายอยู่บ้าง คงต้องใช้เวลาให้สมาชิกไปทำความเข้าใจ และคงต้องทำงานหนักมากขึ้นกว่าเดิม เพราะในสถานการณ์ปัจจุบัน สมาชิกเข้าใจกันดีว่า ไม่ใช่ว่าจะมั่นใจในตัวสินค้าว่าขายดีด้วยตัวมันเอง ก็จะขายกันได้ง่ายๆ อีกแล้ว ต้องมีการนำเสนออะไรที่มากขึ้น”ตั้งแต่เกิดปัญหาเมื่อต้นเดือนตุลาคมจนถึง ณ วันนี้ ก็ประมาณ 2 สัปดาห์ ปรากฏว่ายอดขายในสัปดาห์แรกลดไปแค่ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่สัปดาห์ที่ 2 ลดไปถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าเยอะ และยังมาเจอปัญหาน้ำท่วมอีก บวกกันเข้าทำให้มีหลายปัจจัย ในขณะที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นช่วงสงกรานต์ ปีใหม่ หรือเทศกาลอะไรก็ตาม นีโอไลฟ์ไม่เคยมีผลกระทบในเรื่องยอดขายมาก่อนเลย”

ประธานกรรมการ บริษัทนีโอไลฟ์ กล่าวว่าปัญหาดังกล่าวนี้ ถือว่าเป็นครั้งแรกที่เป็นวิกฤติหนักในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่เปิดบริษัทมาเลยทีเดียว แต่นีโอไลฟ์ก็พยายามมองในแง่ดีว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นกระจกสะท้อนให้เห็นจุดอ่อนและได้เห็นข้อบกพร่อง แล้วจะได้นำมาปรับปรุงแก้ไข ซึ่งจะทำให้นีโอไลฟ์ยกระดับบริษัทให้มีมาตรฐานสูงยิ่งขึ้น โดยจะถือว่าเป็นจังหวะที่นีโอไลฟ์จะเติบโตไปมากกว่านี้ เพราะการที่จะทำงานใหญ่ก็ต้องมีองค์ประกอบปัจจัยหลายๆ อย่างที่มีความพร้อม ซึ่งบางสิ่งบางอย่างนีโอไลฟ์อาจจะมองข้ามไป ก็ถือโอกาสนี้เป็นโอกาสดีอย่างน้อยสมาชิกจะได้มีความเข้าใจมากขึ้น และบริษัทก็จะได้มีเรื่องไปปรามสมาชิกได้ถนัดขึ้น ใครที่ทำออกนอกลู่นอกทางก็จะได้ระมัดระวังตัวกันมากขึ้น เพราะคิดว่าบริษัทอาจลงโทษถึงขั้นรุนแรงได้ ก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดีต่อสมาชิก ต่อลูกค้า และการทำงานอย่างเป็นมืออาชีพจะมีมาตรฐานสูงขึ้น

นอกจากนี้ นีโอไลฟ์ยังได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุด โดยแต่งตั้งจากสมาชิกในระดับประธานและรองประธาน เพื่อทำการตรวจสอบปัญหาแต่ละเรื่องที่เกิดขึ้น และกำหนดบทลงโทษร่วมกับฝ่ายกฎหมาย ไม่เพียงเท่านั้น ยังได้ตั้งศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์สำหรับสมาชิกขึ้นมาโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้บริษัทยังไม่มีการกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดอะไรออกมา เพื่อแก้ไขปัญหายอดขายลดลง โดยยังใช้กลยุทธ์เดิม แต่ในอนาคตจะมีการนำแผนการจ่ายผลตอบแทนแบบแสตร์สเต็ปเข้ามาผสม ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมจากแผนเดิมในขณะที่ผลประโยชน์ของสมาชิกในแผนไบนารี่ยัง คงเดิม


ผมมองว่าไหนๆ ก็เป็นผู้นำแผนการตลาดแบบไบนารี่ ซึ่งมักจะถูกโจมตีมาตั้งแต่ต้นที่เริ่มนำเข้ามาเมืองไทย จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่เลิกโจมตี แม้กระทั่งในส่วนของบริษัทในสมาคมการขายตรงไทย ยังหันมาใช้ไบนารี่แล้ว แต่ก็ยังไม่พ้นที่จะถูกมองในแง่ร้าย ก็เลยคิดว่าหลังจากจบเรื่องนี้ไปแล้ว จะขออนุญาต สคบ. นำเอาแผนแสตร์สเต็ปเข้ามาผสม ซึ่งคาดว่าน่าจะเริ่มประกาศใช้ได้ในปลายปีนี้

ที่มา: Globalbusiness

{lang: ‘th’}

นีโอไลฟ์

Popularity: 4%